หน้าแรก หน้ารวมบทความ วิธีเรียนรู้แบบโต๊ะโตะจัง

วิธีเรียนรู้แบบโต๊ะโตะจัง


ผู้เขียน : อาจารย์ วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์   วันที่ : 12 มกราคม 2564  จำนวนผู้เข้าชม 87 คน

กด Like กด Share บทความให้เพื่อน

         การเรียนรู้ในวัยทำงานต่างจากการเรียนการสอนในวัยเรียน เพราะวัยผู้ใหญ่ได้รับการเรียนรู้มาระยะหนึ่งแล้ว วัยผู้ใหญ่ต้องการอบรมเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อใช้ในการทำงานเป็นหลัก เช่น  กลยุทธ์ (Strategic) Skills (ทักษะ) เทคนิค (Techniques) วางแผน (Plan)

วิธีเรียนรู้แบบโต๊ะโตะจัง

         ไม่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่การสร้างแรงจูงใจ(Motivation)ในการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญ ช่วยกระตุ้นให้ผู้รับการอบรมเรียนรู้จดจำง่าย สนใจ แสดงพฤติกรรมการมีส่วนร่วม

         ขอหยิบยกเนื้อหาบางส่วนของ หนังสือโต๊ะโตะจังเด็กหญิงข้างหน้าต่าง (คุโรยานางิ เท็ดสิโกะ) แปลโดย ผุสดี นาวาจิตร,2535  เล่าถึงวิธีการสอนของครูเพื่อฝึกเรียนรู้วัยเด็กได้อย่างน่าสนใจทีเดียว

         ทำให้เราเห็นภาพการอบรมไม่ได้อยู่แต่ในห้องเรียนหรืออยู่ในกรอบเดิมๆ ผู้เรียนสนุกสนาน สร้างจิตนาการและมีส่วนร่วมอย่างตราตรึง

         “เรียนประกอบจังหวะ…”  

         ..ที่ โรงเรียนโทโมเอ นอกจากการเรียนการสอนจะต่างจากโรงเรียนอื่นแล้ว ยังมีชั่วโมงดนตรีมากว่าโรงเรียนอื่นด้วย มีการเรียนดนตรีหลายอย่างและชั่วโมงที่มีทุกวันคือ การเรียนประกอบจังหวะ ซึ่งเป็นวิธีการสอนแบบพิเศษ คนชื่อ “ดัลโครซ” เป็นผู้คิดค้นในปี ค.ศ.1905 มีผู้สนใจกันมากทั้งยุโรปและอเมริกา มีโรงเรียนสอนดนตรีของเขาในประเทศต่างๆ และเหตุที่การสอนแบบนี้มีขึ้นในโรงเรียนโทโมเอ ก็เนื่องจากก่อนที่จะตั้งโรงเรียนโทโมเอ คุณครูโคบายาชิ ได้ไปดูงานด้านการศึกษาในยุโรป ท่านได้ไปดูงานด้านประถมศึกษาหลายแห่ง พบปะพูดคุยกับนักศึกษาหลายคนและได้พบนักแต่งเพลงซึ่งเป็นนักศึกษาด้วยชื่อ เอมิล จ๊าคส์ ดัลโครซ

         ดัลโครซ คิดมานานที่จะสอนดนตรีเด็กอย่างลึกซึ้ง ด้วยความรู้สึกและจิตใจ ไม่พึ่งหูเพียงอย่างเดียว เขาอยากให้มีการสอนที่มีชีวิตชีวา  ซึ่งสามารถทำให้ประสาทต่างๆของเด็กๆได้ตื่นตัว ได้สังเกตการสอนแบบใหม่ ด้วยการสังเกตเห็นการกระโดดโลดเต้นของเด็กๆ 

         คุณครูโคบายาชิ อธิบายเกี่ยวกับวิชา “การเรียนประกอบจังหวะ” นี้ว่า

         “เป็นการเล่นที่ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหว ได้อย่างกระฉับกระเฉง คล่องแคล่วว่องไว ทำให้ร่างกายและจิตใจสามารถเข้าใจจังหวะต่างๆ ถ้าฝึกด้วยวิธีนี้ จะทำให้เป็นคนที่มีจังหวะการเคลื่อนไหวที่สวยงาม เข้มแข็ง และเข้ากับกฎเกณฑ์ของธรรมชาติได้ดี”

         ในชั้นประถมหนึ่งของโต๊ะโตะจัง เริ่มเรียนวิชานี้ด้วยการฝึกให้ร่างกายคุ้นเคยกับจังหวะต่างๆ คุณครูโงคบายาชิจาดีดเปียโนซึ่งอยู่บนเวที เด็กๆเดินตามจังหวะเพลง โดยจะเริ่มออกจากจุดใดจุดหนึ่งในห้อง เดินอย่างไรก็ได้ แต่ถ้าเดินสวนทางกับคนอื่นจะชนกัน หรือไม่ก็ทำให้รู้สึกเวียนศีรษะจึงมักจะเดินไปทิศทางเดียวกันเหมือนวงกลม 

         แต่ไม่ได้เป็นวงเดียวเท้านั้น เด็กๆมักเดินตามสบายอยู่ตรงโน้นตรงนี้ในขณะฟังเพลงไปด้วย ท่าเดินไม่ใช่การกระทืบเท้าหรือเขย่งปลายเท้าเหมือนบัลเล่ต์ แต่คุณครูใหญ่ให้ลากนิ้วหัวแม่เท้าไปกับพื้น โคลงตัวเล็กน้อย เด็กๆจะเดินอย่างไรก็ได้ เท่าที่รู้สึกว่าถนัดที่สุดเพราะคุณครูใหญ่อยากให้ท่าเป็นธรรมชาติ

          เมื่อเพลงเปลี่ยนเป็นเพลง 3 จังหวะ ก็จะเปลี่ยนท่าให้จังหวะมือ เปลี่ยนจังหวะการเดินให้ช้าลง หรือเร็วตามจังหวะเพลง เพลงที่ใช้มี 6 จังหวะ เปลี่ยนท่าการทำมือต่างๆกันไป 

         “มือต่ำ งอศอก มาข้างๆ ยกขึ้น สำหรับเพลง 4 จังหวะ”

         “มือต่ำ งอศอก ยื่นไปข้างหน้า มาข้างๆยกขึ้น สำหรับเพลง 5 จังหวะ”

         “มือต่ำ งอศอก ยื่นไปข้างหน้า งอศอกอีกที มาข้างๆ ยกมือขึ้น สำหรับเพลง 6 จังหวะ”

         เมื่อเปลี่ยนจังหวะไปเรื่อยๆ การเปลี่ยนท่าจึงดูยาก และที่ยากกว่านั้นคือคุณครูใหญ่จะบอกว่า

         “ถึงเพลงจะเปลี่ยน แต่อย่าเพิ่งเปลี่ยนท่านะ ! ” 

         สมมุติว่าเพลง 2 จังหวะเปลี่ยนเป็นเพลง 3 จังหวะ เด็กๆจะต้องทำท่า 2 จังหวะไปก่อน ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับเด็ก แต่คุณครูใหญ่คิดว่าวิธีนี้ฝึกให้เด็กเกิดสมาธิและมีความตั้งใจแน่วแน่ในสิ่งที่ทำอยู่

         พอคุณครูบอก “เปลี่ยนท่าได้แล้ว”

          เด็กๆจะดีใจและเปลี่ยนเป็น 3 จังหวะ แต่ตอนนี้จะทำพลาดไม่ได้แล้ว สมองต้องบังคับให้ร่างกายปรับเข้าท่า 3 จังหวะได้ทันที ประเดี๋ยวเดียวเพลงก็จะ

         เปลี่ยนเป็น 5 จังหวะ ทีแรกเด็กๆจะทำท่าไม่ถูก และร้องบอกคุณครูว่า

         “เดี๋ยวค่ะ อย่าเพิ่ง อย่าเพิ่ง !” 

         แล้วพยายามทำท่าจังหวะต่างๆ แต่เมื่อเกิดความเคยชินก็ทำได้คล่อง ..

         บางครั้งแม่ของเด็กมาดูการเรียนการสอนอยู่นอกห้อง จะได้เห็นการกระโดดโลดเต้นตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน ความเป็นอิสระเสรีของเด็ก เป็นภาพน่าดูมากเลยทีเดียว….

         นี้คือตัวอย่างการทำความเข้าใจธรรมชาติผู้เรียนรู้และวิเคราะห์หาแนวทางการสอนอย่างเข้าใจธรรมชาติ จูงใจกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างเข้าใจ

         ไม่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่การเรียนรู้นั้นส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการในรูปแบบที่แตกต่างกันไปทั้งกระตุ้นพัฒนาการ ความคิด ความรู้ ทักษะปัญญา ปรับบุคลิกภาพ ความสนใจใฝ่รู้มากขึ้น

         โดยทั่วไป แรงจูงใจในการเรียนรู้อบรมจะเพิ่มมากขึ้น หากผู้เข้าอบรมนั้นมีความเชื่อเป็นที่ตั้งก่อนว่าตนเองสามารถจะเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างดี  เรียกความเชื่อนั้นว่า “ความเชื่อในประสิทธิภาพแห่งตน (Self-efficacy belief)”  เป็นความเชื่อว่าตนเองสามารถทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งได้สำเร็จ (Bandura,1986)

         มีงานวิจัยด้านฝึกอบรมได้กล่าวว่า “ผู้มีความเชื่อในประสิทธิภาพแห่งตนสูงตั้งแต่ก่อนและระหว่างอบรม สามารถเรียนรู้การอบรมได้ดีกว่าผู้มีความเชื่อในประสิทธิภาพแห่งตนต่ำ” (Gist,1989)

         หากจัดการเรียนการสอนครั้งใด ผู้จัดอบรมหรือครูผู้สอนจึงควรทำการวิเคราะห์หาธรรมชาติ สร้างประสิทธิภาพแห่งความเชื่อความศรัทธาการเรียนรู้ ในแต่ละช่วงวัยกลุ่มผู้เรียน หาวิธีการสร้างศรัทธาในตนเองของผู้เรียน

         จากนั้นจึงทำการสอนเนื้อหารายละเอียดลงไป เพราะหากทำเนื้อหาการเรียนการสอนมาดีเพียงใด อธิบายอย่างละเอียดแค่ไหนแต่กลุ่มผู้รับการเรียนรู้มีความเชื่อในประสิทธิภาพแห่งตนเองต่ำ การเรียนการสอนก็ขาดสัมฤทธิ์ผลค่ะ ..

วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์

อาจารย์ วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์


E-Mail : [email protected]

วันที่ : 12 มกราคม 2564

จำนวนผู้เข้าชม 87 คน

กรุณากดถูกใจ และ เพิ่มเพื่อน Line

บทความที่เกี่ยวข้อง


ทำอย่างไรให้ธุรกิจอยู่รอดด้วยไคเซ็น

ในช่วงวิกฤติโควิด19 (Covid-19) ปี 2563 หลายธุรกิจทั้งภาคการศึกษา ธุรกิจบริการ โรงแรม ร้านอาหาร หลังการระบาดต่างปิดตัวลงจำนวนมาก ถือเป็นการ Disruption ครั้งใหญ่ที่ไม่ได้เกิดจากความก้าวหน้าหรือเทคโนโลยี

พูดอย่างไรให้มีจังหวะสะกดคนฟัง

การสื่อสารที่ใช้ในแต่ละวันทั้งการเขียน การพิมพ์ข้อความ การใช้ท่าทาง การพูดถือเป็นการสื่อสารที่ทรงอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตมากทีเดียว นอกจากการรู้จักวิธีการพูด การทักทาย การเรียกชื่อ สรรพนาม

วิธีการบริการให้ได้ใจลูกค้า

การบริการที่ดีหาใช่การดูแลใส่ใจเฉพาะทางร่างกายและจิตใจผู้รับบริการ แต่รวมถึงการดูแลใส่ใจในทุกรายละเอียดรอบข้างในทุกกิจกรรมในสถานที่ที่ให้บริการ ให้การดูแลบริการเกินความคาดหวังลูกค้า โดย จิม แมกนิวสัน

วิธีเรียนรู้แบบโต๊ะโตะจัง

การเรียนรู้ในวัยทำงานต่างจากการเรียนการสอนในวัยเรียน เพราะวัยผู้ใหญ่ได้รับการเรียนรู้มาระยะหนึ่งแล้ว วัยผู้ใหญ่ต้องการอบรมเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อใช้ในการทำงานเป็นหลัก เช่น กลยุทธ์ (Strategic)

กลยุทธ์เอาชนะคนมุทะลุ

ซุนวูกล่าวไว้ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ข้อสำคัญในการกลยุทธ์สงครามเมื่อเพลี่ยงพล้ำแล้วต้องพลิกแพลงเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่เลวร้ายนั้นได้ เมื่อเป็นฝ่ายปราชัยแล้ว จะพลิกฟื้นเป็นฝ่ายมีชั

นำเสนอสะกดใจแบบ A-R-T Story Telling

“คำพูดแค่เสี้ยววินาที ช่วยสร้างโอกาสดีในอนาคต” หากคุณต้องการสร้างมิติใหม่ในการนำเสนอ ไม่ว่าคุณจะเริ่มสนทนา นำเสนองานขาย ประชุมประจำเดือน นำเสนอโปเจคใหม่ๆ เทคนิคการเล่าเรื่องให้น่าสนใจ