หน้าแรก หน้ารวมบทความ ฝึกพูด “คำไหน?” สร้างพลังบวกให้สมอง

ฝึกพูด “คำไหน?” สร้างพลังบวกให้สมอง


ผู้เขียน : อาจารย์ วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์   วันที่ : 23 มกราคม 2564  จำนวนผู้เข้าชม 148 คน

กด Like กด Share บทความให้เพื่อน

     รู้หรือไม่ ? ปกติแล้วสมองผู้ชายมีน้ำหนักประมาณ 1,380 กรัม ผู้หญิงสมองมีน้ำหนักประมาณ 1,250 กรัม แต่ขนาดและน้ำหนักสมองมิได้มีผลต่อความสามารถ ปัญญา ไหวพริบ แต่ความฉลาดขึ้นอยู่กับ “ร่องลึกและรอยคดของร่องในสมอง” ต่างหาก !!

ฝึกพูด “คำไหน?” สร้างพลังบวกให้สมอง

     ดังนั้นคนหัวโต หัวเล็ก ไม่ได้มีผลต่อการคิด การกระทำหรือความฉลาดหลักแหลม !!

     อ้างอิงข้อมูลจากการศึกษาของ …

     รูดอร์ฟ แว็กเนอร์ (Rudolf Wagner) ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการศึกษาข้อมูลด้านสมอง พบว่าสมองของ โยฮัน คาร์ล ฟรีดิช เกาส์ (Johann Carl Friedrich Gauss) นักคณิตศาสตร์ และนักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ผู้ได้รับการยอมรับในฉายา “เจ้าชายแห่งคณิตศาสตร์ (Prince of Mathematics)” 

  • มีน้ำหนักสมอง 1,492 กรัม 
  • รอยหยักและร่องลึกสมองจำนวนมากกว่าคนปกติทั่วไป

     สมอง (Encephalon/Brain) ของเรานั้น แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

  1. สมองส่วนหน้า (Forebrain/Prosencephalon)
  2. สมองส่วนกลาง (Midbrain/Mesencephalon)
  3. สมองส่วนล่าง (Hindbrain/Rhombencephalon)

     ในวันนี้จะมาพูดถึงสมองส่วนหน้า คือ สมองใหญ่(Cerebrum) ทำหน้าที่ควบคุมความทรงจำ ความคิด ไหวพริบ ความรู้สึก การมองเห็น การได้ยิน รู้สึกตัว การเคลื่อนไหวและคำพูด 

     สมองใหญ่ประกอบด้วยสมองซีกซ้ายและสมองซีกขวาที่เชื่อมต่อกันโดยเส้นใยนับล้านๆเส้น สมองซีกซ้ายเราทำหน้าที่ควบคุมการทำงานอวัยวะของร่างกายซีกขวา ส่วนสมองซีกขวาจะควบคุมอวัยวะร่างกายซีกซ้ายเช่นกัน 

     สมองซีกซ้ายจะทำงานเกี่ยวกับตัวเลข การคำนวณ การวิเคราะห์แยกแยะ ตรรกวิทยา ลำดับข้อมูลอย่างมีเหตุผล ประมวลข้อมูลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ประมวลรวบรวมเรียบเรียงข้อมูล  รับฟังส่งสารเป็นรูปแบบคำพูด 

     สมองซีกขวาจะทำงานด้านภาพ ความนึกคิด จินตนาการ รวบรวมภาพใหญ่ๆ มโนภาพ เรียงลำดับกระบวนการการรับรู้หลายๆเรื่องในเวลาเดียวกัน 

     เมื่อเกริ่นเรื่องสรีรวิทยาสมองให้ผู้อ่านทราบพอควรแล้ว ผู้เขียนขอพูดถึงคำพูดที่ส่งผลต่อการทำงานของสมองกันเถอะ ! 

     หลายคนอาจรับประทานอาหาร วิตามินบำรุงสมอง ฝึกเกมพัฒนาทักษะสมอง

     วันนี้จะพามารู้จักกับอาหารเสริมสำคัญที่อยู่กับสมอง ต้องฝึกใช้ให้เคยชินไม่มีขายที่ไหน

     นั่นคือ  “คำพูด” ที่ช่วย “เปิด-ปิดกั้นการทำงานการเรียนรู้ของสมอง” ซึ่งคุณเองอาจไม่เคยสนใจคำเหล่านี้เลย !!

     เคยสงสัยไหมว่า “ทำอย่างไรให้คิดบวก” ที่ฝึกคิดบวกน่ะ ควรเริ่มฝึกจากข้อไหนก่อนดี ?

  1. คำพูด 
  2. ความคิด
  3. การกระทำ

     … ฝึกเริ่มมาจากการ ฝึกการคิด ---> เพื่อ เปิดประตูสมองก่อนเลย

     …. ต่อมาจึงฝึก การพูด ---> เพื่อ เปิดพฤติกรรมยอมรับ

     …. สุดท้ายฝึกการกระทำ ---> เพื่อ ปฏิบัติจนเกิดความเคยชิน

     ตัวอย่าง คำพูดที่ส่งผลต่อการปิด-เปิดกั้นการเรียนรู้สมอง หากเปลี่ยนคำพูด ความคิด การกระทำเป็นคำพูดช่องขวา (จากตารางข้อมูลด้านล่าง) ย่อมส่งผลให้สมองเปิดรับเพื่อนใหม่ โครงการใหม่ เกิดทักษะที่แตกต่าง  ฝึกขัดเกลาสมองเปิดรับความท้าทายที่เข้ามาใหม่ๆ มีมวลมิตรภาพเพิ่มขึ้น ใจกว้างและคิดบวก (Positive Thinking)

     คำพูดปิด-เปิดกั้นการเรียนรู้สมอง

คำพูดปิด-เปิดกั้นการเรียนรู้สมอง

     โจทย์ศึกษา

    (ลองฝึกทดสอบว่าคุณมีพลังบวกของสมอง? เมื่ออ่านคำถามคำตอบจบ ตอบคำถามภายใน 3 วินาทีแรกเท่านั้น จึงจะเป็นคำตอบที่มาจากความรู้สึกที่แท้จริงจากตัวคุณเอง)

 1. เย็นวันนี้ใกล้เลิกงาน หัวหน้างานโยนแฟ้มงานลงบนโต๊ะคุณอย่างแรง !! เอกสารกระจายออกจากแฟ้ม พร้อมพูดว่า “ช่วยเอารายงานที่คุณสรุปไปแก้ใหม่ด้วย ทำข้อมูลผิดเยอะมาก ไม่ละเอียดพรุ่งนี้มาส่งใหม่”

     คุณจะแสดงท่าทางเมื่อหัวหน้ากระทำใส่เช่นนี้ อย่างไร ?

     A. ยืนงง นิ่งรับ 

     B. ก้มพยักหน้า มองสบตาหัวหน้า

     C. ขมวดคิ้วสงสัย สอบถามทันที

2. โครงการเมกะโปรเจคที่ส่งให้แผนกคุณทำเร่งด่วนและไม่เคยทำมาก่อน ในฐานะคุณเป็นหัวหน้าโปรเจคคิดว่ามีโอกาสไม่สำเร็จ ไม่ทัน ดูยากมาก และดูแล้วลูกทีมไม่ค่อยอยากทำ 

     คุณจะเอ่ยคำแรกหลังได้รับทราบข้อมูลโปรเจคกับลูกน้องว่าอย่างไร ? 

     A. คิดว่าไม่น่าทำทันนะ มันเร่งด่วนไป

     B. คนคิดไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้คิดจริงๆ

     C. ลองร่วมแรงร่วมใจช่วยกันทำสักตั้ง

3. เมื่อคุณได้รับการโปรโมทจากผู้บังคับบัญชาให้เลื่อนตำแหน่งงานจากพนักงานทำงานมา 5 ปี เป็นระดับผู้จัดการเพราะผู้จัดการเดิมลาออกไป“คุณทราบดีว่าวัฒนธรรมองค์กรแบ่งฝั่งแบ่งฝ่าย คุณต้องทำงานหนักขึ้นในแผนกเดิม คุณไม่มีทักษะการบริหารจัดการ ลูกน้องในสายงานบางคนคุมยาก การทำงานที่ผ่านองค์กรยังไม่มีระบบ"

     เมื่อได้ยินครั้งแรกคุณจะ คิดในใจ ว่าอย่างไร ?

     A. โอ้โหต้องลอง แต่งานนี้ไม่ใช่เรื่องหมูๆนะ ?

     B. เราจะทำไหวไหมนะ ปัญหาสะสมมันเยอะ ?

     C. ถ้าเรารับตำแหน่งนี้ จะเหนื่อยเกินตัวไหม ?

เฉลยคำตอบ

     ข้อ 1    ตอบ  B  (ประเมินการกระทำ)

     ข้อ 2    ตอบ C    (ประเมินคำพูด)

     ข้อ 3    ตอบ  A    (ประเมินความคิด)

คำแนะนำ

  • หากตอบถูกต้องทั้งหมด 3 ข้อ แสดงว่าคุณมีพลังบวกในการทำงาน     
  • หากตอบข้อหนึ่งข้อใดผิด ควรได้รับการโค้ช ฝึกทักษะ นั้นๆ เพิ่มเติม
วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์

อาจารย์ วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์


E-Mail : [email protected]

วันที่ : 23 มกราคม 2564

จำนวนผู้เข้าชม 148 คน

กรุณากดถูกใจ และ เพิ่มเพื่อน Line

บทความที่เกี่ยวข้อง


วิธีทำ OKRs Coaching

ในช่วงปีแรกของการจัดทำ OKRs ควรมีการวางแผนการโค้ชกระตุ้นผลงานเรียก “OKRs Coaching” ให้การจัดทำ OKRs บรรลุได้ตามเป้าหมายงานที่ตั้งไว้ในแต่ละไตรมาส โค้ชจะทำการค้นหาสิ่งที่ผู้ได้รับการโค้ชให้แสดงออก

นักสื่อสารที่ทรงพลังมีนิสัย 10 ข้อ

หากท่านได้อ่านบทความนี้ถือเป็นโอกาสดี ได้เรียนรู้กลวิธีปรับนิสัยการสื่อสารให้ทรงพลังสร้างเสน่ห์ชวนมอง ไม่ว่าท่านอยู่ในการงานหน้าที่อาชีพระดับใด นักธุรกิจ ผู้จัดการ หัวหน้างาน นักขาย พ่อค้า ครู

บุคลิกภาพดีมีเสน่ห์ (ตอนที่ 1 หลักการแนะนำตัว)

การจำชื่อได้จึงเป็นการสร้างบุคลิกภาพ(Personality)ที่ดีให้เกิดแก่ตัวเรา นอกจากจำชื่อเรียกชื่อได้แม่นยำแล้ว สิ่งสำคัญในการสร้างบุคลิกภาพที่ดีในตนเองคือ หลักการแนะนำตัวให้ผู้พบเจอประทับใจ

ตัวอย่างวิธีกำหนดเป้าหมาย (Target) KPIs

ในการเขียนดัชนีชี้วัดผลงานหลัก(Key Performance Indicators) 1 ตัวชี้วัดทั้งระดับหน่วยงาน(Unit/Department KPI)และรายบุคคล(Individual KPI)นั้น มีองค์ประกอบในการเขียนหลายข้อเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้รับ

เกณฑ์เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งแบบแบ่งกลุ่ม (Career Path and Band)

จากส่วนหนึ่งของงานวิจัยบริษัทฯ ที่ทำการศึกษาหัวข้อ “แรงจูงใจในการทำงานและความผูกพันในองค์กร” กลุ่มพนักงานบริษัทเอกชน พบว่า พนักงานที่ทำงานแต่ละหน้าที่ในองค์กรนั้นๆ มีความต้องการขั้นพื้นฐานที่แตกต่าง

เลือกวัคซีนโควิดชนิดไหนดี ?

เป็นวัคซีนที่ใช้หลักการทำงานเช่นเดียวกับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ วัคซีนป้องกันโปลิโอ วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า เป็นต้น ทำการเพาะเลี้ยงบน Vero cell เมื่อเพาะได้จำนวนมากจึงนำมาทำลายฆ่าเชื้อให้ตาย