เลือก“ปลาดอรี่” แบบไหนอร่อย ?

Oriental Phoenix 09 Oct 2016 23:04:14
     
remove_red_eye
view
insert_comment
comment


          เคยสงสัยไหม? ทำไมปลาดอรี่ที่วางขายตามแผนกอาหารแช่แข็ง ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ไม่มีผิวหนังหรือเกล็ดให้เราเห็น ? หลายคนคงได้ชิมรสชาติหลากหลายเมนู ของปลาแพนกาเซียส ดอรี่ ไปกันแล้ว
          ซึ่งต้องบอกว่า มีความแตกต่างจากปลาแม่น้ำบ้านเรา น่าทานไปอีกแบบ ช่วงหลายปีมานี้ ปลาชนิดนี้มีวางขายในซุปเปอร์มาเก็ตจำนวนมาก รวมทั้งอยู่ในรายการอาหารราคาแพง
          ปลาดอรี่นั้น มี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ 1.สายพันธุ์ปลา ในกลุ่มแพนกาเซียสหรือปลาสวาย ลักษณะตัวยาว เรียว เนื้อขาว ผิวมัน ราคาไม่แพง หาซื้อง่าย 2. สายพันธุ์ปลาดอรี่(John Dory) ซึ่งปลาชนิดนี้อาศัยอยู่ใต้ท้องทะเลลึก ลักษณะหน้าสั้น ตาโต ตัวกลมอ้วน เนื้อสีขาว ราคาแพง
           ในสายพันธุ์แรกนั้น ชื่อตามหลักวิทยาศาสตร์ คือ Pangasius Hypothalamus บ้านเราเรียกปลาชนิดนี้ ว่าปลาสวาย ซื้อหาได้ง่ายตามท้องตลาด แต่ปลาสวายในประเทศไทย ส่วนใหญ่เลี้ยงด้วยหัวอาหารเม็ด ที่อุดมด้วยไขมัน แป้งหรือพวกรำ ส่วนเวียดนามมีการเลี้ยงปลาด้วยอาหารประเภทโปรตีน ปลาป่น จำกัดอาหารที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะปลามีไขมันแทรกในชั้นผิว ประเทศไทยเพาะเลี้ยงอยู่ในบ่อหรือพื้นที่จำกัด ไม่มีระบบการถ่ายเทน้ำที่สะอาด ส่วนในเวียดนามใช้ระบบถ่ายเทน้ำ เลี้ยงในแม่น้ำใหญ่อาศัยจังหวะน้ำขึ้นลง ในการถ่ายเทน้ำ ทำให้เนื้อปลามีลักษณะแตกต่างกัน
           ประเทศเวียดนามนั้น มีการเลี้ยงและผลิตเนื้อปลาแพนกาเซียส ดอรี่ (ภาษาท้องถิ่นเรียกปลาจา) เลี้ยงเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และผลิต ปีละไม่ต่ำกว่า 1ล้านตัน มีการส่งออกประมาณ 90% ไปยังตลาดหลัก คือ สหรัฐ ยุโรป และประเทศอื่นๆ กว่า 20 ประเทศ ทำให้เวียดนามเป็นผู้ส่งออกปลาชนิดนี้ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก ทีเดียว
           ปลาแพนกาเซียส ดอรี่ เป็นปลาธรรมชาติในลุ่มแม่น้ำโขง ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นปลาเศรษฐกิจสำคัญของเวียดนาม จึงได้รับการส่งเสริมตามนโยบายของเวียดนาม โดยมีพื้นที่เลี้ยงปลาประเภทนี้ทั้งหมดประมาณ 5,500 เฮกตาร์ (ประมาณ 34,375 ไร่) โดยพื้นที่เลี้ยงหลักอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง 


           สำหรับ ปลาดอรี่(John Dory) สายพันธุ์ที่สอง ชื่อตามหลักวิทยาศาสตร์ คือ Zenopsis Conchifera สายพันธุ์นี้ ราคาค่อนข้างสูงมาก รสชาติอร่อยกว่าสายพันธุ์แรก (นักชิมหลายคนว่ากัน) ซึ่งเป็นปลาอาศัยอยู่ในท้องทะเลลึกแถบมหาสมุทรแอตแลนติก แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เรียกว่า ต้องใช้ทั้งฝีมือและความชำนาญในการหาปลาจอห์น ดอรี่ ชนิดนี้ ลักษณะเมื่อแล่เนื้อปลา เนื้อปลามีสีขาว ไม่ยาว คล้ายสามหลี่ยมกว้าง เนื้อค่อนข้างมากไม่มีไขมันแทรกตามเนื้อปลา เนื้อปลาแน่นหวานชวนรับประทาน เนื่องจากปลาชนิดนี้ อาศัยอยู่ตามธรรมชาติใต้ท้องทะเล กินซากพืช สาหร่าย

           สำหรับเมนูอิ่มอร่อย ส่วนใหญ่ ไม่ต่างจากชนิดสายพันธุ์แรก เช่น Fish’n Chip ,Steak เมนูอาหารไทย ปลาดอรี่ผัดฉ่า ข้าวต้มปลาดอรี่ ปลาดอรี่ผัดคึ่นช่าย เป็นต้น 

           สำหรับ คุณผู้อ่านสะดวกซื้อแบบไหนไปประกอบอาหารหรือเลือกมื้ออาหารจานโปรด แล้วแต่สะดวก เพราะทั้งสองสายพันธุ์ให้คุณค่าทางโภชนาการ โอเมกา 3 อยู่ไม่น้อย ปลาแพนกาเซียส ดอรี่หาซื้อง่ายตามท้องตลาด และห้างสรรพสินค้า ราคาถูก แต่ปลาจอห์น ดอรี่ นั้น ราคาแพงและวางขายเฉพาะบางซุปเปอร์มาเก็ต อร่อยหรือไม่อร่อยนั้น นักชิมต้องลองตัดสินกันดู !!
..........................................................................
ขอบคุณข้อมูลและภาพ 

www.westcoastseafood.com
www.marksfoods.co.uk
shiberty.com
www.linkedin.com
www.hakvoortfood.nl
http://cp-enews.com/cp_food_safety
www.fishing.net.nz
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น



รูปโปรไฟล์ :